วิหารหลวง พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 8 เก๋งจีนหน้าพระวิหาร เขาพระสุเมรุ พระอุโบสถ ศาลาลอย ศาลาลอย ศาลาลอย ศาลาลอย วิหารคด ศาลาดิน ศาลาดิน สัตตมหาสถาน สัตตมหาสถาน ศาลาดิน ศาลาดิน หอระฆัง ศาลาราย ศาลาราย ศาลาราย ศาลาราย ศาลาราย ศาลาราย ศาลาราย ศาลาราย
 


สัตตมหาสถาน

          ปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของวัดสุทัศนเทพวราราม คือ สัตตมหาสถาน แปลว่า สถานที่สำคัญ 7 แห่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างจำลองขึ้นแทนพระธาตุเจดีย์ ตั้งอยู่บริเวณ-

          กำแพงวัดด้านทิศตะวันออกติดกับถนนอุณากรรณ เรียงเป็นแถวแนวทิศเหนือ ทิศใต้ ในสมัยรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 บริเวณสัตตมหาสถานนี้ใช้เป็นที่สำหรับเวียนเทียนในวันวิสาขบูชาและปัจจุบันพิธีเวียนเทียนในวัวิสาขบูชาใช้บริเวณพระวิหารหลวงแทน

 
 
 

สัตตมหาสถานประกอบด้วย

          1.ต้นโพธิ์ลังกา นำกิ่งพันธุ์มาจากประเทศลังกาที่เมืองอนุราธปุระมาปลูกไว้สมมุติเป็นต้นมหาโพธิ์ที่ตรัสรู้ ปลูกอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน ใต้ต้นโพธิ์มีรัตนบัลลังก์ไว้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย รูปพระแม่ธรณีบีบมวยผมและหมู่มารรูปร่างหน้าตาต่าง ๆ กัน ตั้งอยู่หน้ารัตนบัลลังก์ ตามพุทธประวัติกล่าวว่า พระพุทธเจ้าหลังจากตรัสรู้แล้วได้เสด็จประทับเสวยวิมุติสุขภายใต้ร่มโพธิ์เป็นเวลา 7 วันเป็นสัปดาห์ที่ 1

          2.เก๋งจีน ศิลาจีนสลักเป็นรูปปราสาท ตั้งอยู่บนฐานสูงมีบันไดทางขึ้นรอบผนังฐานปั้นลายนูนต่ำรูปท้องฟ้าก้อนเมฆและเทวดาล่องลอยอยู่บนฟ้า เก๋งจีนนี้สมมุติเป็นอนินมิสเจดีย์ที่ประทับยืนทอดพระเนตรดูต้นมหาโพธิ์ ตามพุทธประวัติกล่าวว่า หลังจากเสวยวิมุติสุขเป็นเวลา 7 วัน จึงเสด็จออกจากต้นมหาโพธิ์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วหันกลับมาประทับยืนจ้องดูต้นมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบพระเนตรตลอด 7 วัน เป็นสัปดาห์ที่ 2 ภายในเก๋งจีนนี้ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายเนตร

 

          3.แผ่นศิลาปูนบนฐานสี่เหลี่ยมสูง แผ่นศิลานี้สมมุติเป็นที่รัตนจงกรมเจดีย์ ดังพุทธประวัติกล่าวว่า เมื่อประทับยืนจ้องดูต้นโพธิ์ 7 วัน แล้วจึงทรงเนรมิตที่จงกรมขึ้นระหว่างต้มหาโพธิ์กับอนิมมิสเจดีย์ และเสด็จจงกรมเป็นเวลา 7 วัน เป็นสัปดาห์ที่ 3 บนแผ่นศิลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางเสด็จจงกรม

          4.ศาลาศิลาทรงโรงแบบจีน สิลาจีนสลักรูปอาคารหรือเรือนอีกหลังหนึ่งที่มีฐานเตี้ยกว่าหลังแรก สมมุติเป็นเรือนแก้วหรือรัตนฆรเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ พุทธประวัติกล่าวว่า หลังจากเสด็จจงกรม 7 วัน แล้วทรงเนรมิตเรือนแก้วขึ้นทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของต้นมหาโพธิ์ แล้วพระองค์ประทับนั่งพิจารณาพระอภิธรรมตลอด 7 วัน เป็นสัปดาห์ที่ 4

          5.ต้นไทรบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทับนั่งยกพระหัตถ์ขวาห้ามธิดาพญามาร มีรูปกระบือสลักจากศิลาจีนตั้งอยู่บริเวณต้นไทร ต้นไทรนี้สมมุติเป็นต้นอชปาลนิโครธ ดังพุทธประวิติกล่าวว่า หลังจากทรงพิจารณาพระอภิธรรม พระองค์ได้เสด็จไปทางทิศตะวันออกแห่งต้นมหาโพธิ์ ประทับนั่งใต้ไม้ไทร อันเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะเป็นเวลา 7 วัน เพื่อเสวยวิมุติสุข เป็นสัปดาห์ที่ 5 ได้มีพญานาคมาอาราธนาให้เสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแต่ทรงปฏิเสธ พระองค์ทรงให้รอจนกว่าพุทธบริษัทจะสืบศาสนาก่อนต้นจิกบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรกมีอ่างรูปสี่เหลี่ยมสลักด้วยศิลาจีนปลูกบัวใส่ปลาและเต่าในอ่าง สมมุติต้นจิกเป็นต้นมุจลินท์ ดังพุทธประวัติว่าในสัปดาห์ที่ 6 เสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นมหาโพธิ์ ประทับใต้ต้นจิก ทรงนั่งเสวยวิมุติสุขเป็นเวลา 7 วัน ตลอดสัปดาห์มีฝนตกตลอด พญานาคมุจลินทร์จึงแผ่พังพานปกพระเกษกันฝน และลมมิให้ต้องพระวรกาย ครั้งฝนหายแล้วก็คลายขนาดจำแลงเพศเป็นมานพยืนเฝ้าพระพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์

          7.ต้นเกดบนฐานสี่เหลี่ยมก่ออิฐถือปูน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรับผลสมอนั่งสมาธิ หัตถ์ขวาถือผลสมอ ด้านข้างมีศิลาจีนสลักรูปม้าเทียมเกวียน ต้นเกดนี้มีคุณสมบัติเป็นต้นไม้ราชายตนะ ในพุทธประวัติกล่าวว่า ในสัปดาห์ที่7 นี้ พระพุทธองค์เสด็จออกทางทิศใต้ของต้นมหาโพธิ์เสด็จไปยังต้นราชายตนะประทับเสวยวิมุติสุขเป็นสัปดาห์สุดท้าย ณ ที่นี้พระองค์ทรงได้ปฐมอุบาสก 2 คน ชื่อตปุสสะและภัลลิกะ ซึ่งเดินทางมาค้าขาย เห็นพระองค์เข้าเกิดความเลื่อมใส จึงนำข้าวสัตตุผงและข้าวสัตตุก้อน ซึ่งเป็นเสบียงเดินทางถวาย พ่อค้าทั้งสองคนได้แสดงตนเป็นอุบาสก อ้างพระพุทธกับพระธรรมเป็นสรณะ นับเป็นอุบาสกคู่แรก แล้วเดินทางค้าขายต่อไป

 
 
 

                                  หน้าแรก