องค์ที่ 2 พระพิมลธรรม ( อ้น เปรียญ 8 ประโยค )

          พระพิมลธรรม นามเดิมว่า อ้น เป็นชาวเมืองพรหม เกิดในรัชกาลที่ 2 เมื่อปีเถาะ จุลศักราช 1181 พุทธศักราช 2363 วันเดือนอะไรไม่ปรากฏ พอโกนจุกแล้วก็บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ในสำนักพระครูพรหมนครบวรมุนี ( อุ่น ) ที่วัดชะลอน แขวงเมืองพรหม แต่อายุได้ 14 ปีการศึกษาอักขร สมัยในสำนักพระครูพรหมนคร ฯ แล้วลงมาอยู่วัดมหาธาตุ ในกรุงเทพ ฯ ได้เข้าไปศึกษาพระปริยัติธรรม ในพระมหาปราสาทด้านพระวิเชียรปรีชา ( กลิ่น ) ครั้นอายุครบอุปสมบทกลับไปบวชที่วัดชะลอนเมืองพรหม จังหวัดชัยนาท พระครูพรหมนครถึงมรณภาพเสียแล้ว พระปลัดน้อย วัดบ้านแป้ง เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชแล้วกลับมาอยู่วัดมหาธาตุในกรุงเทพ ฯ ตามเดิม

          ในปีจอ พ.ศ. 2381 ปีที่อุปสมบทนั้นเข้าแปลพระปริยัติธรรมครั้งแรกได้เป็นเปรียญ 3 ประโยค แล้วไปอยู่วัดสุทัศน์เข้าแปลพระปริยัติธรรมครั้งที่ 2 แปลได้อีก 3 ประโยค เป็น 6 ประโยค แปลคราวที่ 3 ได้อีก 2 ประโยค เป็น 8 ประโยค ถึงรัชกาลที่ 4 ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะที่ พระประสิทธิสุตคุณ เมื่อปีฉลู พ.ศ. 2396 ต่อมาถึงปีขาล พ.ศ. 2407 ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ ที่พระเทพกระวี คราวเดียวกับทรงตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) มีสำเนาประกาศที่ทรงตั้ง ดังนี้ ทรงพระราชดำริห์ว่า พระประสิทธิสุตคุณ มีปรีชาญาณ สติวิริยพาหุสัจจาทิคุณสมบัติแลอุตสาหะ ประพฤติสุนทรวัตรจริยา ทำนุบำรุงพระบรมพุทธศาสนาด้วยการบอกกล่าวแลเทศนาให้โอวาทานุสาสน์ แนะนำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และคฤหัสถ์ อุบาสกอุบาสิกา ให้ได้ประพฤติการพระศาสนาในกาลอันควรด้วยธรรมสวนะวิธี เป็นที่พึ่งแก่กุลบุตรผู้มีศรัทธาสืบศาสนายุกาล ฉลองพระเดชพระคุณควรเป็นพระราชาคณะผู้ใหญี้ จึงมีพระบรมราชโองการมา ณ พระบัณฑุร สุรสิงหนาท ดำรัสสั่งให้สถาปนาพระประสิทธิสุตคุณ

เลื่อนขึ้นเป็นพระเทพกระวี ศรีวิทุทธินายก ตรีปิฏกปรีชา มหาคณฤศร บวรสังฆารามคามวาสี มีนิตยภัตราราคาเดือนละ 4 ตำลึง 2 บาท มีถานานุศักดิควรตั้งถานานุกรมได้ 4 รูป คือพระครูปลัด 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา1 พระครู สังฆวิไชย 1 รวม4 รูป ขอพระคุณจงจิรฐิติกาล เจริญอายุพรรณปฎิญาณในพระพุทธศาสนาเทอญ ฯ

          ถึงรัชกาลที่ 5 ทรงเลื่อนเป็นพระธรรมไตรโลกาจารย์ เมื่อปีวอก พ.ศ. 2415 แลโปรดให้อาราธนาให้ไปครองวัดพระเชตุพน ครั้นถึงปีเถาะ พ.ศ. 2422 โปรดให้เลื่อนเป็นพระพิมลธรรม เมื่อ วันพุธ เดือน 4 แรม 8 ค่ำ พร้อมกับเมื่อทรงตั้งสมเด็จพระวันรัด ( ทับ ) มีสำเนาประกาศทรงตั้ง ดังนี้ ศุภมัสคุ ฯลฯ ( ลงวันพุธ เดือน 4 แรม 8 ค่ำ ปีเถาะ พ.ศ. 2422 ) ทรงพระราชดำรหฺว่า พระธรรมไตรโลกาจารย์ ชั่งเป็นพระประธานคณะสงฆ์นิกรประกอบด้วยวิริยาธิคุณ สามารถได้ศึกษาชำนาญในการปริยัติธรรม สุตาธิคมอุดมปรีชา ฉลาดในวิธีเทศนาสาสโนบาช ขวนขวาย ในสุดกิจการพุทธศาสนานุสาสนี เป็นที่เคารพบูชาของนานาเนกบรรสัช และประพฤติศาสนานุวัตร พรหมจริยานุโยคเรียบร้อยเสมอมาช้านาน มีศีลคุณมั่งคง สมควรเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ได้ จึงมีพระบรมราชโองการมา ณ พระบัณฑุรสุรสิงหนาท ดำรัสสั่งให้สถาปนา เลื่อนพระธรรมไตรโลจารย์ขึ้นเป้นพระราชาคณะ ตำแหน่งเจ้าคณะรองฝ่ายเหนือ มีนามจารึกในหิรัญบัตรว่า พระพิมลธรรม มหันตคุณ วิบูลปรีชา ญาณนายก ตรีปิฏกคุฯวลังการภูสิต อุดรทิศคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดพระเชตพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหารพระอารามหลวง มีนิตยภัตราราคา เดือนละ 6 ตำลึง มีถานานุศักดิควรตั้งถานานุกรมได้ 8 รูป

          พระพิมลธรรม ( อ้น ) ได้เป็นอธิบดี สงฆ์วัดพระเชตุพน องค์ที่ 5 ต่อจากสมเด็จพระวันรัต ( สมบูรณ์ ) ถึงมรณภาพเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พุทธศักราช 2432 รัตนโกสินทรศก 108 ในปีที่ 22 แห่งรัชกาลที่ 5 อายุได้ 71 ปี ครองอารามวัดพระเชตุพะนอยู่ 12 ปี

 


                                  หน้าแรก